
Wednesday, 31 October 2007
Tuesday, 30 October 2007
In the park
มนต์ใบไม้
ม่านใบไม้ระย้าย้อยลงเรี่ยพื้น
อยากจะหยุดวันคืน หยุดค้นหา
เพื่อซึมซับทุกทุกภาพให้ตรึงตรา
หว่างเวลาใช้ชีวิตดั่งคนจร
ฉันต้องมนต์สีทองของใบไม้
ทอประกายระยิบระยับกับแดดอ่อน
ใบใหญ่เล็กหยอกลมล้ออรชร
เป็นลีลาเอื้ออาทรกันและกัน
เงาต้นไม้สะท้อนภาพทาบน้ำนิ่ง
ภาพความจริงหรือนี่เพียงภาพฝัน
เห็นหงส์สองว่ายเคียงคู่อยู่เคียงกัน
ราวโลกนี้นิ่งพลันนิรันดร
มวลเมฆขาวประดับฟ้ากว้างกว่ากว้าง
ช่างแตกต่างจากฟ้าเมื่อวันก่อน
เช่นนี้หนอชีวิตไม่แน่นอน
อาจทุกข์ร้อนแต่สุขล้ำก็คืนมา
ฉันเดินเรื่อยเรื่อยไปในสวนศรี
ธรรมชาติปรานีเราหนักหนา
สรรพสิ่งเกื้อกูลกันด้วยเมตตา
ฉันหวังว่าโลกนี้เป็นเช่นเดียวกัน
ก่อนลำแสงสุดท้ายจะลับฟ้า
ฉันเดินกลับออกมาจากสวนขวัญ
ประทับภาพนิรมิตวิจิตรนั้น
ไว้เป็นความทรงจำไม่รู้เลือน
ม่านใบไม้ระย้าย้อยลงเรี่ยพื้น
อยากจะหยุดวันคืน หยุดค้นหา
เพื่อซึมซับทุกทุกภาพให้ตรึงตรา
หว่างเวลาใช้ชีวิตดั่งคนจร
ฉันต้องมนต์สีทองของใบไม้
ทอประกายระยิบระยับกับแดดอ่อน
ใบใหญ่เล็กหยอกลมล้ออรชร
เป็นลีลาเอื้ออาทรกันและกัน
เงาต้นไม้สะท้อนภาพทาบน้ำนิ่ง
ภาพความจริงหรือนี่เพียงภาพฝัน
เห็นหงส์สองว่ายเคียงคู่อยู่เคียงกัน
ราวโลกนี้นิ่งพลันนิรันดร
มวลเมฆขาวประดับฟ้ากว้างกว่ากว้าง
ช่างแตกต่างจากฟ้าเมื่อวันก่อน
เช่นนี้หนอชีวิตไม่แน่นอน
อาจทุกข์ร้อนแต่สุขล้ำก็คืนมา
ฉันเดินเรื่อยเรื่อยไปในสวนศรี
ธรรมชาติปรานีเราหนักหนา
สรรพสิ่งเกื้อกูลกันด้วยเมตตา
ฉันหวังว่าโลกนี้เป็นเช่นเดียวกัน
ก่อนลำแสงสุดท้ายจะลับฟ้า
ฉันเดินกลับออกมาจากสวนขวัญ
ประทับภาพนิรมิตวิจิตรนั้น
ไว้เป็นความทรงจำไม่รู้เลือน
Monday, 29 October 2007
Sunday, 28 October 2007
Saturday, 27 October 2007
Friday, 26 October 2007
Reflection on Prajnaparamita, Pavarana Day

จิตหนึ่งนี้ที่แท้นั้นว่างเปล่า
มวลเมฆขาวฤๅเปื้อนฟ้าอันไพศาล
เพียงแวบหนึ่งในสังสารวัฏจักรวาล
หรืออาจรานจิตนี้ให้หม่นมัว
ในความว่างไม่มีเพิ่มไม่มีลด
ไม่งดงามไม่เลวทรามไม่ดีชั่ว
จิตผ่องใสไม่สับสนพ้นมืดมัว
ความหวาดกลัวจึงปลาตปราศสิ้นไป
นิ่งเถอะนิ่งเพ่งมองดูความว่าง
อันไม่ต่างจากรูปหรือสิ่งไหน
ความไม่มีในความมีซ่อนความนัย
ว่าความมีเป็นอยู่ได้เพราะไม่มี
สังขารหนึ่งอาจแตกดับลับสลาย
แต่ไม่ได้ถูกทำลายหรือหายหนี
จิตเดิมแท้แผ้วผ่องใสไร้ราคี
ไม่มีตายไม่มีเกิดชั่วกัปกัลป์
มวลเมฆขาวฤๅเปื้อนฟ้าอันไพศาล
เพียงแวบหนึ่งในสังสารวัฏจักรวาล
หรืออาจรานจิตนี้ให้หม่นมัว
ในความว่างไม่มีเพิ่มไม่มีลด
ไม่งดงามไม่เลวทรามไม่ดีชั่ว
จิตผ่องใสไม่สับสนพ้นมืดมัว
ความหวาดกลัวจึงปลาตปราศสิ้นไป
นิ่งเถอะนิ่งเพ่งมองดูความว่าง
อันไม่ต่างจากรูปหรือสิ่งไหน
ความไม่มีในความมีซ่อนความนัย
ว่าความมีเป็นอยู่ได้เพราะไม่มี
สังขารหนึ่งอาจแตกดับลับสลาย
แต่ไม่ได้ถูกทำลายหรือหายหนี
จิตเดิมแท้แผ้วผ่องใสไร้ราคี
ไม่มีตายไม่มีเกิดชั่วกัปกัลป์
Sunday, 21 October 2007
His yoke is easy, His burthen is light!

Come unto Him, all ye that labour, come unto Him that
are heavy laden, and He will give you rest. Take his
yoke upon you, and learn from Him, for He is meek and
lowly of heart, and ye shall find rest unto your souls.
His yoke is easy, His burthen is light!
(Matthew 11.28-30)
Picture: St. Aldates's Church, Oxford
Thursday, 18 October 2007
Wednesday, 17 October 2007
Subscribe to:
Posts (Atom)















